Pages

รีวิวหนัง Blueberry(2004)


แนวสืบสวน ลี้ลับ

8.5/10 ห้วงภวังค์บรรพชน

ผู้กำกับหนัง Jan Kounen


     ทุกคนแทบจะร้องอ๋อเมื่อพูดถึงตัวการ์ตูนค่าย Marvel หรือฝั่งค่าย Dc อย่างกัปตันอเมริกาหรือแบทแมน ซึ่งถูกแปลงโฉมลงสู่แผ่นฟิล์มหลายๆตัวตามกระแสโรแมนติกส์นิยม (คลั่งไคล้)เมื่อย้อนกลับไปก่อนหน้าความคลั่งไคล้ซุปเปอร์ฮีโร่จะแตกดังโป๊ะ ค่ายต่างๆฝากฝั่งยุโรปรวมถึงค่าย Franco-Belgian ที่พยายามผลิตการ์ตูนแข่งขันกับอเมริกา เพื่อป้อนผู้ชม-ฟังแทนภาษาอังกฤษ และหนีไปจากกรอบการสร้างสรรค์ตัวละครประเภทซุปเปอร์ฮีโร่ โดยตัวละครเอกมักแทนอัตลักษ์ฝากฝั่งยุโรปอย่างเช่นการ์ตูนชุด Tintin และเรื่อง Blueberry ก็ด้วย

     คือเรื่องราวของผู้รักษาการแทนนายอำเภอนาม Mick ที่ได้รับความเจ็บปวดผ่านความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อช่วงสมัยวัยรุ่น โดยเขาได้รับการช่วยเหลือจากชนพื้นเมืองใกล้บริเวณดังกล่าว และสามารถแทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นได้ และต่อมาเขายังทำหน้าที่ช่วยเหลือพร้อมกับไกล่เกลียข้อพิพาทระหว่างคนขาว-อินเดียนแดง จนกระทั่งข่าวรือเรื่องขุมทองและความบาดหมางกับพวกอินเดียนแดงถูกกระพือขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันความทรงจำของ Mick ที่มีต่อความตายของหญิงสาวช่วงวัยรุ่นก็ปะทุขึ้น เมื่อ Wallace กลับมาเยือนเมืองแห่งนี้อีกครั้งเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

     หนังพูดถึงศาสตร์ลี้ลับของพวกพื้นเมืองอเมริกาทั้งจิตวิญญาณของบรรพบุรษ,มนต์ดำ,การรักษาหรือแม้กระทั่งชีวิตหลังความตาย โดยอาศัยโครงเรื่องและปมปัญหาของตัวละครผลักให้เรื่องเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าเรื่องการตามหาทอง-ศาสตร์ลี้ลับหรือแม้กระทั่งการรื้อฟื้นความทรงจำ

     โดยหนังใช้ฉากพื้นหลังช่วงลัทธิล่าอาณานิคมและการอพรพของชาวยุโรปไปสู่ทวีปอเมริกาเป็นภาพท้องเรื่องกว้างๆ ซึ่งจะใช้ภาพความขัดแย้งระหว่างคนขาว-อินเดียนแดงเป็นเส้นแบ่งเล็กๆเพื่อทำให้ภาพรวมของหนังดูสนุกตื่นเต้น และขณะเดียวการผูกโครงเรื่องและตัวละครด้วยการโยนเหรียญไปอีกฝั่ง เพื่อสื่อสารบางอย่างด้วยวิธีการคนพื้นเมืองอเมริกา

     ความยอดเยี่ยมของหนังBlueberry คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธเรื่องภาษาหนังเป็นแน่ ทั้งกลวิธี-เทคนิคและการออกแบบเช่น ภาพ,สี-แสงเงา,การเคลื่อนไหวและลำดับเรื่อง แทบไม่มีคำบรรยายใดชัดเจนยิ่งกว่า ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะช่วงสภาวะจิตที่ดำดิ่งบางฉาก ทำให้เรารู้สึกล่องลอย,เวิ้งว้าง,บีบเค้นความรู้สึกก่อนปะทุ คล้ายอาการวูบลงชั่วขณะของผู้มีอาการหลอน ขณะที่ดนตรีประกอบเป็นแรงเสริมเพิ่มอาการขนลุกขนพองทางเนื้อหา ซึ่งทำให้ภาพรวมของภาษาหนังดูมีชีวิตชีวาและมิติมากขึ้น
     แหละนี้คือความดีของหนัง Blueberry (2004)


ตัวอย่างหนัง

Blueberry(2004)Trailer
จาก Check Trailer


Unknown